ความรู้สึกในแต่ละเดือนที่เฝ้ารอขีดที่สองบนที่ตรวจครรภ์ แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า เป็นความกดดันที่คู่รักหลายคู่ต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความเครียดที่สะสมจากการพยายามมีบุตร ไม่เพียงส่งผลต่อสภาพจิตใจ แต่ยังอาจส่งผลกระทบต่อความสมดุลของฮอร์โมนในร่างกายด้วย ยิ่งไปกว่านั้น การรักษาภาวะมีบุตรยากมักต้องอาศัยความต่อเนื่องในการเข้าพบแพทย์เพื่อติดตามการตกไข่หรือฉีดฮอร์โมน การต้องเผชิญกับรถติดในเมืองเพื่อเดินทางไปคลินิกไกลๆ ยิ่งเพิ่มความเหนื่อยล้าให้กับว่าที่คุณแม่ สำหรับคู่รักที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ฝั่งธนบุรี ศิริราช จรัญสนิทวงศ์ ปิ่นเกล้า พรานนก หรือพุทธมณฑล การเลือกศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากที่เดินทางสะดวก ใกล้บ้าน จะช่วยลดความเครียดจากการเดินทาง และทำให้กระบวนการรักษาราบรื่นและผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น
ภาวะมีบุตรยากคืออะไร? และเมื่อไหร่ที่ควรเริ่มปรึกษาแพทย์
ภาวะมีบุตรยาก (Infertility) คือ ภาวะที่คู่รักมีเพศสัมพันธ์กันอย่างสม่ำเสมอโดยไม่ได้คุมกำเนิดเป็นระยะเวลา 1 ปีขึ้นไป แล้วยังไม่เกิดการตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม หากฝ่ายหญิงมีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป หรือมีประวัติความผิดปกติทางนรีเวช ควรเข้ารับการปรึกษาแพทย์เฉพาะทางหลังจากพยายามปล่อยธรรมชาติเพียง 6 เดือน เพื่อตรวจหาสาเหตุและวางแผนการรักษาอย่างทันท่วงที
การทราบสาเหตุที่แท้จริง ทั้งจากฝั่งผู้หญิง (เช่น ภาวะไข่ไม่ตก ท่อนำไข่ตีบตัน ผนังมดลูกบาง) และฝั่งผู้ชาย (เช่น อสุจิไม่แข็งแรง ปริมาณอสุจิน้อย) จะช่วยให้แพทย์สามารถประเมินและเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมและตรงจุดที่สุด
รักษาภาวะมีบุตรยากมีกี่วิธี? อัปเดตเทคโนโลยีการแพทย์ปัจจุบัน
การรักษาภาวะมีบุตรยากในปัจจุบันมีความก้าวหน้าไปมาก และไม่ได้เริ่มต้นด้วยเทคโนโลยีที่ซับซ้อนเสมอไป แพทย์จะพิจารณาวิธีที่เหมาะสมที่สุดจากผลการตรวจร่างกายของทั้งคู่ โดยแบ่งออกเป็นวิธีหลักๆ ดังนี้ครับ
เป็นวิธีที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด เหมาะสำหรับคู่รักที่อายุน้อย ตรวจพบว่าท่อนำไข่ปกติ และฝ่ายชายมีคุณภาพอสุจิอยู่ในเกณฑ์ดี แพทย์จะทำการอัลตราซาวด์เพื่อติดตามการเจริญเติบโตของฟองไข่ อาจมีการให้ยากระตุ้นไข่ (แบบทานหรือแบบฉีด) ร่วมด้วย และจะกำหนดวันให้คู่รักมีเพศสัมพันธ์กันในช่วงที่ไข่ตกพอดี เพื่อเพิ่มโอกาสที่อสุจิและไข่จะปฏิสนธิกัน
วิธีนี้เป็นการย่นระยะทางให้อสุจิเดินทางไปเจาะไข่ได้ง่ายขึ้น เหมาะสำหรับฝ่ายชายที่มีปัญหาคุณภาพอสุจิเพียงเล็กน้อย หรือฝ่ายหญิงที่มีปัญหาปากมดลูกตีบ

การเลือกวิธีรักษาขึ้นอยู่กับการประเมินคุณภาพอสุจิและความพร้อมของร่างกายฝ่ายหญิง
ICSI คือเทคโนโลยีขั้นสูงที่พัฒนาต่อยอดมาจากการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) แบบดั้งเดิม ถือเป็นวิธีที่มีอัตราความสำเร็จสูงมาก เหมาะสำหรับฝ่ายหญิงที่อายุมากกว่า 35 ปี มีภาวะท่อนำไข่ตัน หรือฝ่ายชายที่มีปัญหาอสุจิอ่อนแออย่างรุนแรง
ในกรณีที่ฝ่ายชายประสบปัญหา “ไม่มีตัวอสุจิออกมาในน้ำอสุจิเลย” (Azoospermia) ซึ่งอาจเกิดจากท่อนำอสุจิตัน หรือปัญหาการสร้างอสุจิ แพทย์ยังสามารถช่วยเหลือได้ด้วยหัตถการ TESE หรือ PESA ซึ่งเป็นการใช้เข็มขนาดเล็กเจาะดูดหรือผ่าตัดนำเนื้อเยื่ออัณฑะออกมาเล็กน้อย เพื่อค้นหาตัวอสุจิที่ซ่อนอยู่ภายใน และนำอสุจิที่ได้ไปใช้ร่วมกับกระบวนการทำ ICSI ต่อไป
สำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมมีบุตรในตอนนี้ แต่ต้องการรักษาสภาพความสมบูรณ์ของเซลล์สืบพันธุ์ไว้ เทคโนโลยีการแช่แข็งเซลล์สืบพันธุ์ (ไข่, อสุจิ, ตัวอ่อน) เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมาก
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรักษาภาวะมีบุตรยาก
Q: ทำ IUI หรือ ICSI เจ็บไหม? ใช้เวลาพักฟื้นนานเท่าไหร่?
A: การทำ IUI แทบไม่รู้สึกเจ็บ คล้ายกับการตรวจภายในปกติและไม่ต้องพักฟื้น ส่วนขั้นตอนการเก็บไข่ในกระบวนการ ICSI แพทย์จะให้ยาระงับความรู้สึก คุณจึงไม่รู้สึกเจ็บขณะทำ หลังทำอาจมีอาการหน่วงท้องน้อยเล็กน้อย สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติใน 1-2 วัน
Q: อัตราความสำเร็จของการทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI) อยู่ที่ประมาณเท่าไหร่?
A: อัตราความสำเร็จขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยเฉพาะ “อายุของฝ่ายหญิง” และ “คุณภาพของตัวอ่อน” โดยเฉลี่ยแล้วการทำ ICSI ในผู้หญิงที่อายุต่ำกว่า 35 ปี อาจมีโอกาสสำเร็จสูงถึง 60-70% ต่อการย้ายตัวอ่อน 1 ครั้ง
Q: หากอาศัยอยู่ย่านฝั่งธน บางกอกน้อย หรือแยกไฟฉาย ควรเตรียมตัวเดินทางมาคลินิกอย่างไร?
A: การรักษาภาวะมีบุตรยาก โดยเฉพาะการกระตุ้นไข่ จำเป็นต้องมาพบแพทย์ตามนัดอย่างเคร่งครัด (ประมาณ 3-5 ครั้งในช่วง 2 สัปดาห์) การเลือกคลินิกใกล้บ้าน เช่น ย่านศิริราช หรือพรานนก จะช่วยลดความกังวลเรื่องการจราจรติดขัด ทำให้คุณเข้ารับการตรวจฮอร์โมนและอัลตราซาวด์ได้ตรงเวลาและผ่อนคลายมากขึ้น
ข้อคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ (Doctor’s Note): “การรักษาภาวะมีบุตรยาก ไม่ใช่เพียงการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูง แต่คือความละเอียดอ่อนในการปรับแผนการรักษาให้เข้ากับสรีระและข้อจำกัดของแต่ละครอบครัว การตรวจวิเคราะห์สาเหตุอย่างตรงไปตรงมา และการดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยความเข้าใจ (Caring) จะช่วยคลายความกังวล และเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้อย่างมีนัยสำคัญ”
References / อ้างอิงทางวิชาการ:
วางแผนครอบครัวอย่างมั่นใจ กับศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากใกล้บ้านคุณ เพราะเราเชื่อว่า ความสุขที่สมบูรณ์ของคุณ คือความภูมิใจของเรา หากคุณกำลังเผชิญกับภาวะมีบุตรยาก หรือต้องการเริ่มต้นวางแผนครอบครัวและเตรียมความพร้อมก่อนการตั้งครรภ์ ทีมแพทย์เฉพาะทางและนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อนที่ ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากอัครบุตร (Akarabutr Fertility Center) พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลคุณอย่างใกล้ชิด ด้วยมาตรฐานการแพทย์ระดับสากล ในทำเลที่เดินทางสะดวกสบายสำหรับชาวฝั่งธนฯ ศิริราช จรัญสนิทวงศ์ และพื้นที่ใกล้เคียง
ศูนย์ผู้มีบุตรยากอัครบุตร โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล แยกไฟฉาย
พร้อมเคียงข้างคุณบนเส้นทางสู่ความเป็นพ่อแม่
โทร: 0-2409-5191 หรือ 097-008-2949
หรือต้องการได้คำตอบได้ผ่านช่องทาง Line ได้เลย
หรือสามารถตรวจเช็คตารางแพทย์ออกตรวจ
เพื่อขอเข้ารับคำปรึกษาได้เลยค่ะ